รับฟังรายการชั่วโมงคนรักสัตว์ Live radio ทุกวันอาทิตย์ 13:00-14:00
รับฟังรายการคนรักสัตว์เลี้ยง Live radio ทุกวันอาทิตย์ 15:00-17:00
Home  |  Contact us   
ประเภทสัตว์ :  * ถ้ากระทู้ไหนคุณหมอตอบแล้วจะมีรูปคุณหมอขึ้นนะค่ะ
เบาหวาน
สวัสดีค่ะหมอ หนูเก็บหมาตัวนี้มาเลี้ยงเพราะสงสารเพราะโดนเด็กรังแก จับกดน้ำ จับทุ่ม เอามาเลี้ยงตั้งแต่ประมาณ 3เดือน เขาจะเป็นหมาที่ไฮเปอร์มาก(ตอนนี้ยังเป็นอยู่ คือไม่ค่อยอยู่นิ่ง) ปัญหาก็คือ ตอนนี้ไม่รู้ว่าผิวหนังเป็นอะไร มีอาการคัน ขนเริ่มร่วงจากขาหลังจนจะลามไปถึงไหล่แล้ว ผิวหนังเป็นสะเก็ด ถ้าจะอาบน้ำให้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก เห็นตัวอื่น ๆ อาบน้ำกัน เขาก็จะหนีไปอยู่ไกล ๆ เพราะเขาจะเกลียดน้ำ และไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ สงสารเขามาก เพราะเขาเกาและก็จะร้องด้วย จะพาไปหาหมอ คงยาก เขาไม่ยอมให้แตะต้องตัว กัดด้วย (ตั้งแต่เป็นโรคคัน ๆ นี่) อยากพาไปหาหมอมาก และถึงเวลาฉีดวัคซีนแล้วด้วย หนูจะไปขอยานอนหลับจากสัตวแพทย์มาให้เขากินได้ไหมคะ แล้วปัญหาอีกอย่างคือ เล่าให้เพื่อนฟัง เขาบอกว่า อาการเหมือนเป็นเบาหวาน จริงเหรอคะ อาการหมาเป็นเบาหวานเป็นยังไง ขอความรู้ด้ยวยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
 จากคุณ: ปีใหม่ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2550 20:43:31 
ตอบกระทู้

Dog health 15
สุนัขก็เป็นเบาหวานได้ ตอน 1
ถ้าผมเป็นหมาก็คงอดน้อยอกน้อยใจไม่ได้เหมือนกัน เพราะเวลาป่วยทีไรกลับกลายเป็นเรื่องประหลาดๆ ในสายตาของเจ้าของแทบทุกที เป็นต้นว่าเมื่อเจ้าของพาสุนัขป่วยไปหาสัตวแพทย์ และคุณหมอตรวจพบว่า สุนัขเป็นโรคเบาหวาน เจ้าของก็มักร้องว่า " หมาเป็นเบาหวานได้ด้วยหรือ ? " ผมก็ได้แต่ตอบในใจว่า "คุณขอรับ หมาก็มีตับ ไต หัวใจ  ไส้พุง ไม่ต่างจากมนุษย์เราหรอก "  เมื่อมีอวัยวะต่างๆ เหมือนกัน  ฉะนั้นระบบต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ซึ่งมีความผิดปรกติได้เช่นใด สุนัขก็อาจเป็นเช่นนั้นได้ เพียงแต่เป็นมากหรือน้อยแตกต่างกันเท่านั้นและในเมื่อมนุษย์เราป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ ความผิดปรกติที่ว่านี้สามารถพบได้ในสุนัขเช่นกัน
 โรคเบาหวานในสุนัข  เป็นโรคซึ่งเกิดจากความผิดปรกติของต่อมไร้ท่อ  เจ้าต่อมที่ว่าก็คือ กลุ่มเซลล์ในตับอ่อนที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่จะนำพาน้ำตาลกลูโคสหลังจากที่สัตว์ได้จากการกินอาหารเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพราะน้ำตาลกลูโคสเป็นสารให้พลังงานในการทำงานแก่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย   ถ้าขาดอินซูลินแล้วระบบการสันดาปกลูโคสก็จะไม่เกิดขึ้น ทำให้น้ำตาลมีมากเกินในกระแสเลือดจนเกิดปัญหาไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย  และที่สำคัญเมื่อมันมีมากจนไตไม่สามารถกรองไว้ได้ตามปรกติแล้ว
จะทำให้เกิดน้ำตาลเล็ดลอดออกมาในน้ำปัสสาวะจนทำให้เกิดความหวานขึ้น (แต่อันนี้ก็ไม่เคยชิมนะครับ)
จึงเห็นมดขึ้นที่น้ำปัสสาวะของสุนัขได้ เพราะมันมีน้ำตาลเจืออยู่ด้วย   ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า เบาหวาน นั่นเอง คำนี้ใช้ได้ทั้งในคนและในสัตว์ ไม่ได้แบ่งแยกอะไร
  สาเหตุของการเกิดเบาหวาน  โดยส่วนใหญ่การเกิดเบาหวานในสุนัขมีสาเหตุจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินเป็นสำคัญ  เหตุที่ร่างกายของสุนัขขาดฮอร์โมนดังกล่าวมีมากมายครับ และอาจมาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน   ไม่ว่าเกิดจากตัวสัตว์เองที่มีความผิดปรกติในร่างกายซึ่งสร้างเซลล์ทำลายกลุ่มเซลล์ตับอ่อนของตนเอง  สัตว์ป่วยเป็นตับอ่อนอักเสบ หรือเป็นเนื้องอกที่ตับอ่อน    นอกจากนี้ในสุนัขตัวที่อ้วนนั้นทำประสิทธิภาพของอินซูลินลดลงจนเกิดปัญหาของการใช้กลูโคส ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดสูงและเกิดเป็นเบาหวานได้เช่นกัน   ยังมีสาเหตุจากการใช้ยาชนิดที่มีผลทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูงต่อเนื่องนานๆ ก็ทำให้เกิดเบาหวานได้ เช่นว่า การใช้ยาเพื่อควบคุมการเป็นสัดของสุนัขเพศเมีย อย่างเช่นยากลุ่ม โปรเจสติน หรือแม้แต่ยากลุ่มสเตียรอยด์อย่างต่อเนื่องนานๆ
 สุนัขป่วยเป็นโรคเบาหวานมีอาการอย่างไร ?   ข้อนี้ยากนะครับก็เพราะสุนัขไม่สามารถบอกหรือสื่อให้เจ้าของรู้ถึงความผิดปรกติของร่างกายได้  และถ้าเราเลี้ยงสุนัขแบบไม่ได้ใกล้ชิด เราอาจไม่ทันสังเกตุดูว่าเค้ามีอาการผิดปรกติไป  ดังนั้นท่านใดเลี้ยงสุนัข แล้วสัตว์แสดงอาการออกมาให้เห็นคือ กินน้ำเยอะและปัสสาวะอยู่บ่อยๆ  กินอาหารเก่งแต่น้ำหนักตัวกลับลด แล้วก็ผอมลงๆ   อันนี้เข้าข่ายน่าสงสัยแล้วครับ และถ้ามีอาการผิดปรกติของระบบอื่นร่วม เช่น เกิดต้อกระจกที่แก้วตาของสุนัข  เนื้อตัวกล้ามเนื้อเหยี่ยวๆ ขนและผิวหนังเริ่มสากแข็ง หรือบางตัวมีสะเก็ดมีแผลเรื้อรัง ยิ่งเข้าข่ายน่าสงสัยใหญ่ 
ความรุนแรงของโรคเบาหวานนั้นขึ้นกับระดับการป่วยและความเสียของต่อระบบสำคัญอื่นด้วย เช่น ถ้าสุนัขเป็นมากจนถึงระดับภาวะโลหิตเป็นกรด เนื่องจากขบวนการสันดาปพลังงานไปใช้โดยเอาไขมันและโปรตีนไปใช้แทนกลูโคสจะทำให้เกิดสารคีโตนที่เป็นสารพิษต่อร่างกายสุนัข และทำให้เกิดอันตรายได้ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยจะมีอาการหายหอบลึกและมีกลิ่นเหม็นของสารคีโตนออกมาจากลมหายใจร่วม เป็นอาการไม่ดีมากแล้วครับ  นอกจากนี้เบาหวานยังมีผลกระทบต่อการทำงานของไตอีกเช่นกัน ส่งผลให้สุนัขเกิดภาวะไตเสื่อมได้ ถ้าเกิดไตวายก็วุ่นกันซ้ำสองรักษากันปวดหัวทีเดียวครับ
 ถ้าสังเกตว่าสุนัขมีอาการน่าสงสัยควรทำอย่างไรดี ?  ถ้ามีอาการในระดับเพียงแค่กินน้ำเยอะปัสสาวะบ่อย น้ำหนักตัวลด โดยไม่ปรากฏอาการซึม หมดแรง หายใจหอบลึก หรือซึมจนไม่มีสติ  ให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ต่อจากนั้นโทรศัพท์ไปหาสัตวแพทย์ใกล้บ้านเพื่อสอบถามว่า หากท่านสงสัยว่าสุนัขอาจจะเป็นเบาหวาน
ทางคลินิกแห่งนั้นๆ มีบริการตรวจเบาหวานหรือไม่  และการตรวจเบาหวานนั้นต้องเตรียมตัวอดอาหารให้สุนัขก่อนที่จะนำสุนัขไปเจาะเลือด  ถ้าเราให้สุนัขกินอาหารแล้วไปเจาะเลือด ค่าของน้ำตาลในกระแสเลือดก็จะสูงอยู่ดี เพราะผลพวงจากการกินอาหารเข้าไป  ดังนั้นต้องงดการให้อาหารแก่สุนัขตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป  ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงพาเจ้าหมาน้อยไปเจาะเลือดประมาณ 8 โมงเช้าได้  จะทำให้ได้ค่ากลูโคสในกระแสเลือดที่ควรจะเป็นจริงๆ  ถ้าอดอาหารไปกลูโคสในกระแสเลือดก็ต้องไม่สูงครับ ถ้าไปเจาะเลือดและพบว่าน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมากกว่า 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรอันนี้เข้าข่ายแล้วครับ  และควรทำการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะด้วยว่ามีหรือไม่ถ้ามีล่ะก็ แน่ใจใช่เลยว่า สุนัขเป็นเบาหวานแน่  มีตำราหลายๆ เล่มแนะนำการตรวจโรคเบาหวานในสุนัขว่า
ควรเจาะเลือดพร้อมตรวจน้ำตาลในปัสสาวะร่วมกัน เพราะมีโรคหลายอย่างในสัตว์ที่ทำให้เกิดน้ำตาลในกระแสเลือดสูงทั้งๆ สัตว์อาจไม่ได้เป็นเบาหวาน เช่น โรคต่อมหมวกไตทำงานมากกว่าปรกติ โรคตับอ่อนอักเสบและสัตว์บางตัวได้รับยาที่มีผลทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อย่างยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือยากลุ่มเมเจสตรอล
อะซิเตท  ที่ใช้ในการคุมกำเนิดชั่วคราวในสัตว์ หรือยาสำหรับใช้รักษาพฤติกรรมความก้าวร้าวดุร้าย ซึ่งเจ้าของจะต้องแจ้งให้หมอทราบอย่างละเอียดเลยนะครับว่า มีการใช้ยาอะไรมาบ้างในช่วงเวลาดังกล่าว  อาจมีผู้ถามต่อว่าทำไมไม่ตรวจแค่ปัสสาวะล่ะ  เพราะถ้าพบน้ำตาลกลูโคสก็พบว่าน่าจะเป็นเบาหวานแล้วไม่ใช่หรือ  อธิบายดังนี้ครับว่า เหตุที่ต้องเจาะเลือดร่วมด้วยก็เพราะมีโรคที่เกิดจากความผิดปรกติของไตที่ทำให้เกิดความบกพร่องในการดูดกลับน้ำตาลกลูโคส ( Fanconi ' s syndrome ) เช่นกัน  ถ้าเกิดเราตรวจพบกลูโคสในปัสสาวะอย่างเดียวแต่ในกระแสเลือดกลับไม่พบว่ากลูโคสเพิ่มจนผิดปรกติแต่อย่างใด  นั่นก็ไม่ใช่โรคเบาหวานทีเกิดจากปัญหาของต่อมไร้ท่อที่ผลิตอินซูลินแล้วครับ ซึ่งเป็นปัญหาของโรคไตของสุนัขตัวนั้นเอง ดังนั้นการตรวจเบาหวานจึงต้องมีขั้นตอนและตรวจอย่างละเอียด   โดยสุนัขที่แสดงอาการส่วนใหญ่นั้นกินน้ำเยอะและปัสสาวะบ่อย กินอาหารเก่งผ่ายผอมและไปเจาะเลือดพบว่ามีกลูโคสสูงมาก มักพบว่าที่ในน้ำปัสสาวะมีกลูโคสสูงร่วมด้วย เนื่องจากถ้ามีอาการกินน้ำเยอะและปัสสาวะบ่อยก็เป็นลางบอกแล้วครับ ว่ามีความผิดปรกติของระบบการกรองทำให้เกิดการแพร่ออกของน้ำจากจุดที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังจุดที่มีความเข้มข้นสูงเพื่อละลายน้ำตาลให้มันเจือจางลง
                 ชี้แจงแถลงไขมาตั้งเยอะก็ยังไม่จบครับ  ก็อยากใช้หน้ากระดาษในการอธิบายโรคนี้ต่อไปอย่างละเอียด เพราะนอกจากท่านต้องทราบว่าสุนัขของท่านป่วยหรือไม่ และเข้าข่ายความผิดปรกติที่ว่านี้หรือไม่แล้ว ท่านยังควรพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจแต่เนิ่นๆ  ถ้าสงสัยว่าสุนัขเป็นเบาหวานซึ่งถึงแม้เป็นโรคที่ไม่สามารรักษาให้หายขาด  หากแต่ท่านสามารถเตรียมกิจกรรมที่ต้องทำให้เพื่อนรักของเราทุกๆ วันได้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของให้ยารักษา การจัดการเรื่องอาหาร การออกกำลังกายและการเฝ้าระวังเค้าไม่ให้เกิดปัญหาของการป่วยจากโรคแทรกซ้อน เค้าจะได้อยู่เป็นเพื่อนรักของเราต่อไปอีกนานๆ  ฉบับหน้ามาว่ากันด้วยเรื่องของเบาหวานภาคสอง ตอน มือปราบโรคเบาหวาน 
มือปราบเบาหวาน...ในสุนัข
 หลังจากลงเรื่องโรคเบาหวานในสุนัขไปเมื่อฉบับก่อน  ก็มีปฏิกิริยาจากผู้อ่านหลายๆ ท่านสอบถามกันเข้ามามาก เพราะชักกังวลว่า สุนัของตนจะเข้าข่ายนี้ด้วยหรือไม่  ความที่สังเกตเห็นมันกินน้ำเยอะ   ความที่สังเกตเห็นมันปัสสาวะบ่อย   ความที่เห็นมันกินเก่งแต่ไม่อ้วนสักที   บางท่านสังเกตอย่างละเอียดว่า หมาของตนมีอาการเป็นแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง  ฯลฯ     ผมล่ะดีใจเหลือเกินครับ  เหตุที่ดีใจก็เพราะได้รู้ว่า ท่านได้ใช้ประโยชน์จากการอ่านอย่างแท้จริง   อย่างน้อยก็ได้วิธีสังเกตเบื้องต้นของสุนัขที่เข้าข่ายเป็นโรคเบาหวาน  
หากว่าสุนัของท่านเข้าข่ายอาการน่าสงสัย ก็ให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อนครับ  เพราะต้องไม่ลืมนะครับว่า อาการของสุนัขที่เป็นเบาหวานนั้น  ต้องสอดคล้องกันหลายๆ อย่าง เช่นว่า กินน้ำเยอะและปัสสาวะบ่อย  ในขณะเดียวกันก็กินอาหารเก่งแต่น้ำหนักตัวกลับลด  และมีสภาพของร่างกายผ่ายผอม    อย่างที่เรียนให้ทราบไปแล้วว่า โรคนี้เป็นโรคที่ทำให้เกิดขบวนการใช้พลังงานที่ผิดปรกติ   สุนัขตัวที่ป่วยไม่มีอินซูลินก็จะใช้กูลโคสไม่ได้  จึงต้องหาทางสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนในร่างกายเค้าแทน  เมื่อเป็นเช่นนั้นร่างกายก็ย่อมผ่ายผอมเป็นธรรมดา
ซึ่งการจะทราบอย่างชัดเจนว่า สุนัขเป็นโรคเบาหวานหรือไม่นั้น จำเป็นต้องเก็บปัสสาวะไปตรวจ   ที่นี้ก็มีผู้สอบถามผมต่อว่า การแนะนำให้เก็บปัสสาวะมาตรวจนั้น จะเก็บอย่างไร  เวลาที่เก็บต้องรีบนำมาตรวจเลยหรือไม่
ดังนั้น ฉบับนี้ขอขยายความโดยละเอียดครับ 
ขั้นตอนการตรวจโรคเบาหวานในสุนัข   ต้องทำทั้งการตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือดและตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ  ถ้าพบความผิดปรกติในทั้งสองระบบก็แน่ใจใช่เลยว่า เป็นเบาหวานแน่ๆ   การเจาะเลือดนี่ก็ไม่ยุ่งยากครับ  ให้จับสุนัขอดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป  พอเช้าก็พาไปเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงผิดปรกติหรือไม่    
ในกรณีการเก็บปัสสาวะนั้น ถ้าจะให้ดีต้องเก็บกันตั้งแต่เช้า มีวิธีง่ายๆ คือ ท่านต้องจูงสุนัขเดิน พร้อมๆ กันนั้นก็ให้ถือทัพพีอันโตๆ ด้ามจับยาวหน่อย นำติดมือไปด้วย เมื่อเจ้าหมาเริ่มตั้งท่ายกขาฉี่ ให้ใจเย็นๆ ครับ ปล่อยให้เค้าปัสสาวะไปสักครู่  แล้วจึงค่อยนำทัพพีไปลองน้ำปัสสาวะ เพื่อเราจะได้น้ำปัสสาวะที่ไม่ปนเปื้อนความสกปรกจากการส่วนของต้นของน้ำปัสสาวะที่ไหลออกไปปะทะกับความสกปรกที่คั่งค้างอยู่ในท่อนำปัสสาวะ  เมื่อได้น้ำปัสสาวะมาให้เก็บใส่ขวดหรือภาชนะที่สะอาด  แล้วรีบนำมาตรวจภายใน 1 ชั่วโมง จะให้ผลในการตรวจที่แม่นยำครับ    การตรวจปัสสาวะโดยแยกวิเคราะห์นั้นเราสามารถตรวจอะไรๆ ได้อีกตั้งหลายอย่าง นอกจากน้ำตาลกลูโคส ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ ตะกอนนิ่ว  เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ดีต้องเก็บมาตรวจไวที่สุด และถ้ามาไม่ทันควรเก็บใส่ภาชนะสะอาดแช่เย็นไว้ตลอด  ทางคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ก็จะได้ตรวจโดยที่ปัสสาวะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากซึ่งจะทำให้ผลในการตรวจวิเคราะห์เป็นไปอย่างแม่นยำครับ
 เมื่อตรวจแล้วและได้ข้อสรุปว่า สุนัขของท่านเป็นโรคเบาหวานแน่ๆ เสียแล้ว   นาทีนี้ขอบอกเลยครับว่าเจ้าของนั้นถือเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญมากสำหรับการดูแลสุขภาพของสุนัขของท่าน เพราะเบาหวานรักษาได้
ถึงแม้ไม่หายขาด    การให้ยาจึงเป็นสิ่งสำคัญ  ต้องให้ทุกวันและต้องให้อย่างมีทักษะที่ดี  ไม่เช่นนั้นแล้วสุนัขของท่านจะมีปัญหาในการดำรงชีวิตแน่ทีเดียว
การดูแลสุนัขที่ป่วยเป็นเบาหวานในระยะแรก  ในระยะแรกสุดนั้นเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์ที่ต้องทำการตรวจรักษาแก้ไขภาวะต่างๆ ที่ผิดปรกติไปในร่างกายของสุนัข   ทั้งเรื่องความสมดุลของสารน้ำในร่างกายสัตว์ ความสมดุลของกรดด่างในกระแสเลือด  และเมื่อได้แก้ไข และเริ่มให้อินซูลินรักษา และปรับระดับการให้อินซูลินจนเข้าที่ดีแล้ว  ต่อจากนั้นล่ะครับเป็นหน้าที่ของเจ้าของผู้ต้องพาสุนัขกลับมาดูแลเองที่บ้าน   


 


สิ่งสำคัญที่ท่านต้องกระทำให้สุนัขทุกวันด้วยตนเองคือ การฉีดอินซูลินให้สุนัข   การให้อาหารและให้การออกกำลังกายที่พอเหมาะแก่สุนัข  ซึ่งท่านอาจต้องเจาะเลือดสุนัขด้วยตนเองในรายที่ต้องทำการวัดระดับกลูโคสเพื่อความสม่ำเสมอในการรักษา  และสิ่งที่ต้องทราบด้วยคือ  การดูแลสุนัขที่เป็นเบาหวานอย่างเหมาะสมครับ
แผนการดูแลสุนัขที่เป็นเบาหวานอย่างเหมาะสม
ข้อแรก   ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกคือ อาหารการกินครับ  สุนัขตัวที่เป็นโรคเบาหวานต้องได้รับปรับเปลี่ยนการกินอาหารจากสูตรปรกติ เป็นอาหารสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้โดยตรง หรือเจ้าของต้องทำอาหารเพื่อปรับให้เค้ากินโดยเฉพาะ
ข้อที่สอง   เกี่ยวกับการกินเช่นกัน  แต่เป็นเรื่องจำนวนมื้อของอาหารกล่าวคือ  สุนัขตัวที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องให้กินอาหารเป็นเวลา ไม่ให้กินของว่าง หรือของกินเล่น นอกเหนือจากอาหารมื้อหลักซึ่งเราต้องเตรยมไว้ให้พร้อมและให้ตามเวลาที่สัตวแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
ข้อสาม   เจ้าของต้องให้อินซูลินแก่สุนัขป่วย  โดยต้องให้หลังกินอาหารไปแล้วประมาณ 5 นาที  ตรงนี้ถือว่าต่างจากโรคเบาหวานในมนุษย์เราโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าเราขืนให้อินซูลินสุนัขก่อนการกินอาหาร และถ้าวันนั้นสุนัขเกิดไม่อยากินอาหาร  ปัญหาที่ตามมาก็คือ  อาการน้ำตาลในกระแสเลือดจะต่ำลงมากจนเกิดอันตรายตามมาได้
ข้อสี่   ถ้าสุนัขของท่านมีอาการป่วย เช่น อาเจียน ถ่ายท้องมาก่อน  ในวันถัดมาซึ่งเราต้องให้อาหารและให้อินซูลิน  ควรสังเกตอาการของสัตว์ก่อนให้อินซูลิน เป็นเวลาประมาณ 15- 20 นาที  เพราะต้องสังเกตดูให้ดีว่า
มีอาการอาเจียนหรือไม่   ถ้าไม่มีจึงฉีดอินซูลินให้แก่สุนัข  เพราะการฉีดให้ก่อนโดยไม่มีการสังเกตอาการและถ้าสุนัขมีอาการอาเจียน ก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำจนเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้
ข้อห้า   ต้องมีการตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ระดับน้ำตาลสูงมาก
ไปกว่าที่สัตวแพทย์ผู้รักษาได้กำหนดให้ไว้
ข้อแนะนำในการใช้อินซูลินและการให้ยาแก่สุนัขที่เป็นเบาหวาน
เนื่องจากอินซูลินในท้องตลาดมีมากมายหลากหลายชนิด และผลิตจากหลายแหล่ง  อาทิเช่น อินซูลินซึ่งทำจากสุกร  อินซูลินที่ทำจากวัว  และอินซูลินที่ทำจากการยีนพันธุกรรมมนุษย์   การเลือกซื้อจึงต้องเลือกซื้ออินซูลินที่ตรงต่อความต้องการของสุนัข ซึ่งควรเลือกซื้ออินซูลินที่ทำจากสุกร เพราะมีความเหมือนและคล้ายคลึงกับอินซูลินของสุนัขมากที่สุด   ผลิตภัณฑ์อินซูลินที่มีจำหน่ายในร้านขายยาเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้กับมนุษย์  โดยขนาดของอินซูลินใน 1 ซี.ซี. คือ 100 ยูนิต   ดังนั้น เมื่อนำมาใช้กับสุนัขจึงต้องมีการคำนวณปริมาณของอินซูลินให้ละเอียด   เพราะมีโอกาสที่จะให้ยามากเกินได้ และต้องระวังมากๆ  โดยเฉพาะในสุนัขสายพันธุ์ขนาดเล็ก    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีอินซูลินที่ทำจากสุกร และทำเพื่อสุนัขโดยตรงแล้ว  ขนาดของอินซูลินใน 1 ซี.ซี. คือ 40 ยูนิต  ทำให้ง่ายต่อการให้กับสุนัขตัวเล็กๆ และเจ้าของสามารถใช้ได้โดยง่าย
การเตรียมอินซูลินสำหรับฉีดให้สุนัข
1. ควรเก็บอินซูลินโดยแช่ไว้ในตู้เย็นเสมอ
2. ห้ามเขย่าขวดอินซูลิน ให้ใช้วิธีเอียงขวดอินซูลินเบาๆ เพื่อให้ยาผสมเข้ากันเท่านั้น
3. นำสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดที่ปากขวดก่อนทุกครั้ง
4. จากนั้นนำเข็มฉีดอินซูลินซึ่งมีขายโดยเฉพาะมาใช้   โดยดูดอากาศเข้ามาในหลอดฉีดยาให้เท่ากับจำนวนอินซูลินที่ต้องการฉีดให้สุนัข
5. แทงเข็มที่มีอากาศเข้าไปในขวด และดันอากาศเข้าไปในขวด
6. คว่ำขวดลงและดูดอินซูลินให้ได้จำนวนตามที่ต้องการ
7. ถ้ามีอากาศเข้ามาด้วย ให้ดันก้านฉีดยาลงเพื่อให้อากาศลอยขึ้นไปที่ปลายเข็ม และดันไล่ออกไปอย่างช้าๆ
8. เมื่อได้ปริมาณอินซูลินตามที่ต้องการแล้ว ให้ทำการฉีดให้สัตว์ หลังจากที่กินอาหารได้ไปได้ 5 นาที
ขั้นตอนการฉีดอินซูลินแก่สุนัข
การฉีดอินซูลินให้สุนัขนั้นจะฉีดเข้าในชั้นใต้ผิวหนัง  ตำแหน่งคือ ที่ใต้ผิวหนัง  บริเวณช่วงคอต่อกับขา
หน้า  เพราะเป็นบริเวณที่หนังย่น จึงสามารถดึงได้โดยสุนัขไม่เจ็บ และเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวดี  ทำให้ยามีการกระจายตัวไว   ให้ใช้มือดึงหนังขึ้นเป็นสามเหลี่ยม แล้วแทงเข็มผ่านผิวหนัง  เมื่อแทงผ่านจะรู้สึกถึงช่องว่างเปล่าที่ไม่ติดขัดอะไร  จากนั้นเดินยาเข้าไปอย่างช้าๆ  เมื่อเสร็จก็ชักเข็มออก เท่านี้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
หลังจากที่เราให้อินซิลนแก่สุนัขแล้วต้องเฝ้าสังเกตอาการของสุนัขด้วยว่า มีพฤติกรรมปรกติหรือไม่
สุนัขซึมหรือเอาแต่นอนหรือไม่  เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแนะนำให้เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดยด่วน
ถ้าพบว่าน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรป้อนน้ำเชื่อมซึ่งเราสามารถเตรียมไว้ให้สุนัขได้เอง ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วรีบโทรศัพท์ปรึกษาสัตวแพทย์ผู้รักษาโดยด่วนครับ
จะเห็นว่า การรักษาโรคเบาหวานในสุนัขนั้นเจ้าของมีบทบาทสำคัญมากในการจัดการและเฝ้าดูแล เพราะในระยะยาวแล้วย่อมไม่มีใครที่จะช่วยสุนัขของท่านได้เท่าๆ กับผู้อยู่ใกล้ชิดกับเค้า
ถ้าท่านยังไม่รู้จักวิธีดูแล หรือกระทำทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกล่าวมานี้ไม่เป็น เช่น ฉีดอินซูลินไม่เป็น
อันนี้ก็ลำบากครับ เพราะสุนัขที่เป็นเบาหวานนั้นอยู่ในภาวะที่ร่างการผิดปรกติอยู่ตลอดเวลา  แต่ถ้าท่านสามารถดูแลและช่วยเหลือสุนัขได้ เค้าก็สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปและต่อไป 
ผมว่ามันน่าภูมิใจออกครับ ที่สามารถช่วยให้สุนัขของตนดำเนินชีวิตได้อย่างทรมานน้อยทีสุดและมีความสุขมากที่สุด



 


 



 

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2550 20:58:28 
ยาน่ารู้ | ภัยใกล้ตัว | Dog Health | Pet Tools | Food Court | Cat Health | Exotic Animal
มาตราฐานสายพันธุ์ | Special Story
เรื่องเล่าเจ้าจอมซน | มุมของเหมียว | Dog Fun | Zoolife | Pet Poster
Animal News | Dr.Nat & Super Guy | Teeny Weeny Thing
น.สพ ทศพร นักเบศร์ Tossaporn@petgang.com เลขที่ 834 เจริญนคร กทม. 10600 (โทร 0-2860-2957) © copyright 2004 Petgang.com All reserved.