รับฟังรายการชั่วโมงคนรักสัตว์ Live radio ทุกวันอาทิตย์ 13:00-14:00
รับฟังรายการคนรักสัตว์เลี้ยง Live radio ทุกวันอาทิตย์ 15:00-17:00
Home  |  Contact us   
เชื้อรา อันตรายในแมว !
3 มีนาคม 2548 | ฉบับที่ 6

เชื้อราในแมวทำให้เป็นแผลที่จมูก


แผลลามลงไปในปาก

เชื้อรา อันตรายในแมว !
         ปัญหาบางประการที่อาจพบได้ในการทำงานของสัตวแพทย์ คือเจ้าของไม่ทราบประวัติการป่วยของสัตว์ หรือถึงแม้ทราบกลับไม่ได้เล่ารายละเอียดมากมายนัก ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่นะครับ ตัวสัตว์เองก็พูดไม่ได้ด้วย ถ้าไม่ทราบประวัติการป่วยร่วมอีกย่อมทำให้ตรวจรักษายากมาก เพราะบางครั้งอาการที่เห็นที่เป็นอยู่ไม่ได้สอดคล้องกับโรคที่สัตว์ป่วยอยู่เลย  หรือบางครั้งประวัติการป่วยซึ่งเจ้าของเล่ามากลับไม่ตรงกับอาการที่แมวเป็นแม้แต่น้อย
         ผมประสบด้วยตนเองอยู่บ่อยๆ เช่นว่า แมวเหมียวตัวหนึ่ง มาด้วยอาการมีแผลแตกที่ดั้งจมูก เลือดไหลและมีหนองไหล เจ้าของเล่าว่าแมวที่รักตัวนี้ถูกคนแกล้งหมายจะตีให้ตายโดยเอาไม้มาฟาดที่หัว  เดชะบุญเจ้าเหมียวหลบเก่งแผลที่ปรากฏจึงมีเพียงแค่ดั้งจมูกเท่านั้น  เมื่อได้จับตัวแมวขึ้นมาตรวจดู  ลักษณะแผลที่ดั้งจมูกภายในนั้นมีหนองและเลือดไหลออกมาจริง  แต่ลักษณะของเนื้อเยื่อที่โพรงจมูกมันแตกต่างจากแผลทั่วไปมากครับ  แผลที่แมวตัวนี้เป็นมีลักษณะคล้ายๆ กับก้อนเนื้องอกบวมขึ้นมาเป็นก้อนเล็กๆ และกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณบาดแผล  ลักษณะแผลนั้นไม่ใช่แผลสด  ที่สำคัญกระดูกโพรงจมูกโดยรอบแผลเริ่มจะยุบตัวและอ่อนลง รวมทั้งยังมีลักษณะบวมเป็นก้อนเนื้ออยู่ด้วย จากนั้นผมจึงเริ่มสำรวจรอบๆ ตัวของแมวอย่างละเอียดและพบว่าที่เท้าหน้าขวาของแมวมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อที่บวมและมีแผลเปิดแดงที่ผิวหนังเช่นกัน  ลักษณะรอยโรคที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันและกระจายตัวออกไปได้อย่างนี้ย่อมไม่ธรรมดาแล้วครับ จึงได้เก็บเอาตัวอย่างของเนื้อเยื่อไปตรวจและย้อมสีพิเศษเพื่อดูเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบ  ผลปรากฏว่าเจ้าแมวเหมียวตัวนี้ป่วยเป็นโรคเชื้อราคริปโตคอคตัสที่ทำจะทำให้เกิดอาการเนื้องอกที่ผิวหนัง ถือเป็นเชื้อราก่อโรคที่จะติดต่อถึงคนเราได้
โรคเชื้อราคริปโตคอตคัสในแมว  เกิดจากเชื้อราที่ชื่อ คริปโตคอตคัส นีโอฟอร์แมน(Cryptococcus neoformans ) เป็นเหตุก่อโรค  โดยมันติดต่อเข้าไปทางระบบทางเดินหายใจจากการที่แมวได้ไปสัมผัสสูดเอาเชื้อในรูปสปอร์หรือรูปยีสต์ที่มักจะปะปนกับมูลของนก เมื่อเชื้อเข้าไปทางการหายใจมันมักไปก่อปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น ในโพรงจมูกและกระดูกอ่อนรอบๆ บริเวณดังกล่าว แมวตัวที่มีอาการปรากฏเด่นชัดที่สุดคือ เกิดอาการเนื้องอกที่ผิวหนังส่วนใบหน้า ดั้งจมูก แมวมักมีก้อนเนื้อปูดบวมขึ้นมาและแตกออกเป็นแผลเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาปฏิชีวนะ  โรคนี้พบได้ในแมวที่มีประวัติชอบจับกินนกหรือคลุกคลีกับนกโดยเฉพาะเจ้านกพิราบ เพราะนกถือเป็นสัตว์ที่กักเก็บตัวเชื้อรานี้ไว้ซึ่งมันถูกขับถ่ายออกมาพร้อมๆ กับมูลของนกนั่นเอง
         เจ้าเหมียวจอมซนหรือตัวที่เป็นนักล่าชอบกินนกเสียเหลือเกินมักมีโอกาสได้รับเชื้อจากการกัดกินนกอีกทีครับ
         ในสุนัขก็ป่วยเป็นโรคนี้ได้นะครับไม่ใช่เป็นแค่ในแมวเท่านั้น เพียงแต่ว่าหมาเป็นน้อยกว่ามาก และมักเกิดในหมาที่อายุน้อยๆ  หรือตัวที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันเกิดง่ายมากกับสัตว์ตัวที่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มโรคที่อ่อนแอ
          แมวตัวที่ป่วยเป็นโรคเชื้อราคริปโตคอคคัสนั้นจะพบได้บ่อยกว่าในสุนัข เพราะมีพฤติกรรมการชอบไล่ล่าจับนก
มักเป็นกิจกรรมที่แมวชอบทำ และแมวเองยังมีโรคไวรัสอันตรายที่คอยเบียดเบียนสุขภาพอยู่ เช่น โรคไวรัสลิวคีเมีย ในแมว  โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์แมว แค่สองโรคนี้เพิ่มโอกาสในการป่วยเป็นโรคเชื้อราตัวนี้เพิ่มขึ้นได้   เนื่องจากเจ้าไวรัสของโรคทั้งสองมีส่วนสำคัญทำให้ระบบภูมิคุ้มโรคของแมวทำงานแย่ลงอย่างมาก และในแมวตัวที่กินยารักษาโรคซึ่งต้องกินยาลดภูมิคุ้มกันย่อมต้องระวังไว้ด้วยเพราะเค้ามีความเสี่ยงเช่นกัน
อาการของแมวที่ป่วยเป็นโรคนี้ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ มักเริ่มด้วยการป่วยของโรคที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น แมวมีอาการจาม  มีน้ำมูกไหลเรื้อรัง อาจมีน้ำมูกเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และในน้ำมูกอาจมีหนองและเลือดปะปน  อาการที่เด่นชัด คือการบวมและนิ่มลงของกระดูกโพรงจมูกซึ่งมักเป็นที่ดั้งจมูกของแมว  ท้ายที่สุดจะบวมขึ้นมาเป็นลักษณะของก้อนเนื้อ นอกจากนี้ยังมีรอยโรคปรากฏบริเวณผิวหนังส่วนอื่นๆ ของร่างกายเช่นมีแผลหลุม  เนื้อเยื่อบวมแดง  มีน้ำเลือดไหลเยิ้มๆ ตลอด เช่นที่ส่วนของขา หรือที่เท้าของแมว อาการอื่นๆ ที่พบได้ในกรณีที่มีเชื้อราคริปโตคอคคัส คืออาการทางระบบประสาทซึ่งมักแสดงว่าสัตว์ได้ป่วยอยู่ในขั้นรุนแรงเพราะเชื้อราทำให้เกิดอาการสมองอักเสบแล้ว   สัตว์จะซึม พฤติกรรมเปลี่ยนไป และมีอาการชัก หรือถ้าเชื้อราไปทำความเสียหายที่ระบบประสาทตาย่อมทำให้เกิดความผิดปรกติของตาได้เช่นกัน
         โรคเชื้อราคริบโตคอคคัสมีทางรักษาให้หายขาดได้นะครับเพราะยาต้านเชื้อราในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยพอที่จะทำการรักษาให้แมวได้เป็นอย่างดี แต่การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้ระยะเวลานานเพราะเชื้อราตัวนี้ค่อนข้างทนทาน นอกจากนี้ตัวของสัตว์เองอาจไม่สามารถกลับมาเป็นปรกติได้ดังเดิม เช่นว่า ส่วนดั้งจมูกของแมวได้ถูกทำลายนานมากจนกระดูกโพรงจมูกเสียหาย  อย่างนี้ไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นเป็นปรกติได้ดังเดิม  อาจมีปัญหาหายใจเสียงดังผิดปรกติ หรือมีน้ำมูกออก  มีการจามสิ่งเหล่านี้พบได้หลังจากการรักษา
การป้องกันย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ โดยอย่าปล่อยให้แมวของเราหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน ย่อมลดโอกาสของการไล่จับนกและสูดดมมูลนกได้มาก  พยายามเลี่ยงต้นตอของปัญหาอย่างนี้จะปลอดภัยจากโรคนี้  ถ้าแมวของเราป่วยเป็นโรคเอดส์แมว โรคไวรัสลิวคีเมียซึ่งต้องกินยาที่ลดระดับภูมิคุ้มกันอยู่  เรายิ่งต้องหมั่นดูแลแมวไม่ให้หนีออกไปเที่ยวซึ่งเพิ่มโอกาสให้ไปรับเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งหมายรวมกับเชื้อราตัวนี้ด้วยครับ  ทำได้อย่างที่ว่าความปลอดภัยย่อมอยู่ใกล้ตัวท่านและสัตว์เลี้ยง และลดโอกาสการติดโรคครับ    




 

ยาน่ารู้ | ภัยใกล้ตัว | Dog Health | Pet Tools | Food Court | Cat Health | Exotic Animal
มาตราฐานสายพันธุ์ | Special Story
เรื่องเล่าเจ้าจอมซน | มุมของเหมียว | Dog Fun | Zoolife | Pet Poster
Animal News | Dr.Nat & Super Guy | Teeny Weeny Thing
น.สพ ทศพร นักเบศร์ Tossaporn@petgang.com เลขที่ 834 เจริญนคร กทม. 10600 (โทร 0-2860-2957) © copyright 2004 Petgang.com All reserved.