รับฟังรายการชั่วโมงคนรักสัตว์ Live radio ทุกวันอาทิตย์ 13:00-14:00
รับฟังรายการคนรักสัตว์เลี้ยง Live radio ทุกวันอาทิตย์ 15:00-17:00
Home  |  Contact us   
โรคไตวายในสัตว์เลี้ยง ตอนที่ 2
26 เมษายน 2548 | ฉบับที่ 24

นายสัตวแพทย์ ดร.เฉลิมพล




โรคไตวายในสัตว์เลี้ยง ตอนที่ 2   
 
      เราจะกลับมาทำความเข้าใจและไขปริศนาเรื่องโรคไตวายกันต่อครับ  Petgang ได้รับโอกาสอันดีในสัมภาษณ์  นายสัตวแพทย์ ดร.เฉลิมพล เล็กเจริญสุข อาจารย์ประจำภาควิชาคลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการรักษาโรคไตในสัตว์เลี้ยงโดยตรง มาติดตามกันว่า อาหารกับโรคไตสัมพันธ์กันหรือไม่และอย่างไรและข้อใดคือความเชื่อข้อใดเป็นข้อเท็จจริง 

Petgang : การกินอาหารเค็มเป็นสาเหตุให้สุนัขเป็นโรคไตหรือไม่
น.สพ.เฉลิมพล : สาเหตุของการกินอาหารเค็มแล้วทำให้สุนัขเป็นโรคไตหรือไม่นั้นยังไม่มีรายงานที่เด่นชัด แต่ก็เหมือนในมนุษย์เราคือถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ถ้าคุณกินเค็มแล้วทำให้มีความดันโลหิตสูงขึ้น พอมันสูงมากเกินไปก็ทำให้เส้นเลือดที่หน่วยไตฉีกขาดแล้วหน่วยไตตัวนั้นเสีย พอเสียเพิ่มขึ้นๆ ก็จะเป็นไตวาย  เพราะฉะนั้นก็เป็นปัจจัยเสี่ยงตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

Petgang :  อาหารประเภทใดเหมาะสมกับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไต
น.สพ.เฉลิมพล : ตอนนี้มีอาหารซึ่งบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ผลิตอาหารสำหรับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไตโดยเฉพาะ แต่ใน
มนุษย์เราไม่มีบริษัทผลิตอาหารเฉพาะแบบนี้ ซึ่งลักษณะอาหารในกลุ่มนี้จัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนต่ำ ฟอสฟอรัสต่ำ
โดยเฉพาะฟอสฟอรัส   อาหารบางยี่ห้อจะมีโปรตีนหลายระดับ  แต่โดยรวมแล้วจะต้องมีตัวฟอสฟอรัสต่ำ และก็จะมี
โซเดียมต่ำ คือมีสารอาหาร 3 ชนิดซึ่งควบคุมเป็นพิเศษในสัตว์ที่เป็นโรคไต

Petgang :  เจ้าของจะมีวิธีการดูแลอย่างไร หลังจากที่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงป่วยเป็นโรคไต
น.สพ.เฉลิมพล : การดูแลสัตว์ตัวที่เป็นไตวายเรื้อรังแตกต่างจากการดูแลสัตว์ในภาวะปรกติ คือเจ้าของต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ  และในส่วนการรักษาอื่นๆ คือการรักษาตามอาการ  ถ้าสัตว์อาเจียนต้องให้สัตว์กินยาลดอาเจียน กินยาลดกรด และถ้ามีแผลในกระเพาะอาหารก็ต้องให้กินยาเคลือบกระเพาะ   ถ้าเกิดเค้ามีน้ำหนักลดเนื่องจากได้รับอาหารน้อยก็ต้องให้กินอาหารที่มีพลังงานสูงเสริมเข้าไป  แต่ตรงนี้เจ้าของต้องเข้าใจด้วยว่า หากมีปัจจัยใดๆ ก็ตามที่อาจจะมีผลกระทบต่อเลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลงก็อาจส่งผลให้เกิดไตวายเพิ่มขึ้นได้ 
       ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจำเป็นต้องวางยาสลบผ่าตัดขูดหินปูนให้สัตว์ตัวที่เป็นโรคไต  อย่างนี้เราถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ  คือพอวางยาสลบแล้วทำให้ความดันเลือดลดลงด้วย เลือดจึงไปเลี้ยงไตลดลงซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงไตได้ ก็อาจจะเกิดไตวายเฉียบพลันได้ ในกรณีที่สัตว์ตัวนี้เป็นไตวายเรื้อรังอยู่แล้วนะครับ โดยทำให้หน่วยไตบางส่วน
ไม่ได้รับเลือดไปเลี้ยงซึ่งก็อาจจะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น คือก็จะเป็นไตวายเรื้อรังก็จะเพิ่มขึ้นๆ  ได้จนอาจจะเป็นระยะสุดท้ายได้ 
ดังนั้น ปัจจัยเสี่ยงตรงนี้คือต้องดูด้วยว่า  ระวังต่อสิ่งใดหรืออะไรก็ตามซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะไตวาย เพราะหลักการดูแลคือ ต้องป้องกันไม่ให้ไตวายเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้สัตวแพทย์ผู้รักษาคงเป็นผู้บอกรายละเอียดได้ดี  เพราะว่าพอตรวจพบระดับหนึ่งและผ่านการรักษาระดับหนึ่งแล้วจนทุกอย่าง   ค่าของเสียต่างๆ คงที่ หมอก็จะจัดในขั้นดี แต่การดูแลหลังจากนั้นแล้วสัตวแพทย์จะเป็นผู้บอกเองว่า ต้องดูแลอย่างไร  ดูแลเรื่องอาหารอย่างไร  น้ำต้องมีให้สัตว์กินตลอดเวลา  หรือในกรณีที่สัตว์เกิดเลือดตกยางออกต้องมีการวางยาสลบอย่างไร  ยาตัวไหนควรใช้ซึ่งโดยปรกติแล้วสัตวแพทย์จะนัดเจ้าของให้พาสัตว์ที่เป็นไตวายเรื้อรังมาตรวจโดยรวมทุก 2-3 เดือนอยู่แล้ว  หลังจากอาการทุกอย่างคงที่แล้ว  จะมาติดตามผลว่า อาการมันลุกลามหรือไม่


Petgang :  หากอาการของสัตว์ดีขึ้นจำเป็นต้องพบสัตวแพทย์อีกหรือไม่
น.สพ.เฉลิมพล : คุณหมอจะนัดมาทุก 2 เดือนตลอดไปเพื่อจะดูว่า ภาวะไตมีการลุกลามหรือไม่  และเพื่อดูว่า มีการปรับเปลี่ยนใดๆ บ้าง  สัตว์ยอมรับอาหารซึ่งหมอแนะนำให้กินหรือไม่  เพราะอย่างที่บอกว่า ต้องเป็นอาหารพิเศษคือ โปรตีนต่ำ ฟอสฟอรัสต่ำซึ่งทำให้รสชาติอาหารไม่อร่อย  ผลก็คือบางทีสุนัขไม่ยอมกิน เจ้าของอาจจะอาหารชนิดอื่นๆ มาปนให้น่ากินขึ้นซึ่งอาจจะมีผลกระทบระยะยาวทำให้ไตวายเพิ่มขึ้นนะครับ  สัตวแพทย์จึงต้องมีการสอบถามเทคนิควิธีการหลอกล่อ รวมทั้งวิธีการให้อาหาร

Petgang :  สุนัขสามารถมีอายุยืนยาวเท่าใด  หลังจากที่เราตรวจพบว่าเป็นโรคไตวาย และจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยใดบ้าง
น.สพ.เฉลิมพล : กรณีนี้บอกได้ยากมากครับ  แต่ผมจะลองยกตัวอย่างสักตัวอย่าง  มีแมวตัวหนึ่งที่เป็นนิ่วที่ตัวไต ตรวจพบตั้งแต่อายุ 2 ปี และตรวจพบว่า เป็นโรคไตวายตอนอายุ 2 ปีกว่าๆ   ปัจจุบันแมวอายุ 11 ปีกว่ายังมีอายุอยู่ได้  ดังนั้น การกำหนดอายุที่แน่นอนหลังจากตรวจพบไตวายนั้นระบุได้ยาก 
เท่าที่ผ่านมามีการศึกษาในสุนัขที่พอจะเชื่อถือได้  โดยระบุว่า ถ้าเกิดสุนัขตัวที่ได้กินอาหารสำหรับโรคไตโดยตรงแล้ว จำนวนครึ่งหนึ่งจะตายภายใน 2 ปี  ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะอยู่เกิน 2 ปี  และหากเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่มีการจัดการเรื่องอาหารเลย คือปล่อยให้สัตว์ตัวที่เป็นโรคไตกินได้ตามสบาย กินตามอาหารอย่างเดิมที่เค้ากินอยู่ จำนวนครึ่งหนึ่งจะตายภายใน 2 ปี อีกครึ่งหนึ่งจะตายเกินกว่านั้น  
       หากสัตว์เป็นไตวายแล้วมีการจัดการเรื่องอาหารได้อย่างถูกต้อง  อย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือต้องบอกว่าครึ่งหนึ่ง
       เพราะว่าเราไม่ทราบค่าเฉลี่ยที่แน่นอน  แต่จำนวนครึ่งหนึ่งจะมีอายุเกิน  2 ปี  ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยไตเสียหายมากน้อยแค่ไหน  โดยทั่วไปใช้เกณฑ์ว่า เท่าไหร่จะเป็นการดีนะครับ  การตรวจปรกติหมอต้องตรวจการทำหน้าที่ของไต 2 ตัวก็คือ
ค่าบลัดยูเรียไนโตรเจน หรือยูเรียในเลือด  และอีกค่าหนึ่งก็คือ ค่าครีเอตินิน  ซึ่งทั้งสองตัวนี้จะเป็นดัชนีชี้บ่งได้ว่า
ไตวายเป็นอย่างไรบ้าง 
        สำหรับเกณฑ์ของผมเองคือ ถ้ายังสามารถควบคุมค่าบลัดยูเรียไนโตรเจนต่ำกว่า 90 และครีเอตินินต่ำกว่า 10   รับรองว่าเป็นแนวโน้มที่ดี   แต่ถ้ามันมีค่านี้ยังเพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ แสดงว่า มันมีการลุกลามของโรคซึ่งเราก็จะพยากรณ์ได้ว่าตัวนี้สัตว์จะถึงภาวะไตวายระยะสุดท้ายได้ในเร็ววันนะครับ

Petgang :  คือขึ้นอยู่กับปัจจัยของการให้อาหารเป็นหลัก และดูว่าหน่วยไตทำงานได้ดีแค่ไหนด้วย
น.สพ.เฉลิมพล : ถูกต้องครับ หากหน่วยไตที่เหลืออยู่ทำงานได้ดี  เราต้องถนอมมันไว้ให้ได้นาน เพราะว่าหน่วยไตที่เหลือจะทำงานหนักมากขึ้น พอทำงานหนักมากขึ้นจนถึงจุดๆ หนึ่งมันทำงานไม่ไหวก็จะตายตามส่วนที่เหลือไป เพราะฉะนั้น
ระบุได้เลยว่า  ไตวายมีแต่ลุกลามขึ้นแน่นอน  ไม่มีหายนะครับ

Petgang:  คุณหมอจะฝากข้อควรระวังสำหรับสัตว์เป็นไตวายให้เจ้าของอย่างไรบ้าง
น.สพ.เฉลิมพล :  หากจะฝากคือให้เหมือนในคนเราก็คือ ต้องมีการตรวจร่างกายประจำปี  เพราะถ้ามีการตรวจร่างกายประจำปีแล้ว เราอาจจะพบภาวะการเป็นไตวายตั้งแต่เริ่มแรก  ฉะนั้นหากถามว่า เริ่มตรวจจากไหน เริ่มแรกจะแนะนำให้ตรวจจากปัสสาวะก่อน เพราะถ้าไปเจาะเลือดมาในขณะที่สัตว์เป็นไตวายเริ่มแรกเลย  จากค่าเลือดเราจะไม่รู้เลยว่าสัตว์เป็นไตวายนะครับ 

แต่จุดหนึ่งที่จะบอกได้คือ  จากการตรวจปัสสาวะ  โดยค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะเริ่มผิดปรกติ  คือต่ำกว่าที่ควรจะเป็น   เมื่อหน่วยไตเสียเกินกว่า 67 เปอร์เซ็นต์  ตรงนี้จะขอแบ่งแยกตัวเลขให้เห็น  คือหน่วยไตเสียเกิน 75 เปอร์เซ็นต์ จะเริ่มตรวจเจอในเลือด  แต้หากหน่วยไตเสียเกิน 67 เปอร์เซ็นต์ ก่อน 75  เปอร์เซ็นต์ของค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ  มันจะเริ่มผิดปรกติแล้ว  จุดนี้ถ้าเราตรวจปัสสาวะเป็นประจำ  ทีนี้ถ้าตรวจพบความผิดปรกติตรงนี้ก่อน เราสามารถเริ่มควบคุมป้องกันด้วยการควบคุมอาหารก่อนเลย  มันสามารถถนอมหน่วยไตที่เหลือได้  โอกาสที่มันจะลุกลามจาก 67 เปอร์เซ็นต์  เป็นจนถึง 75 เปอร์เซ็นต์  ก็จะช้าลงนะครับ   จึงอยากฝากให้เจ้าของพาสัตว์ไปตรวจร่างกายกันเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือประจำปีก็ได้   แต่โดยทั่วไปถ้าสัตว์อายุมากขึ้นเกิน 4-5 ปี จะแนะนำให้ไปตรวจทุก 6 เดือน  อย่างมนุษย์เราอายุยืนตั้ง 60 ปี  ดังนั้น ในสุนัขอายุยืนแค่ 15 ปี ดังนั้น จึงแนะนำให้ไปตรวจร่างกายทุก 6 เดือน  
        เมื่อสัตว์โตเต็มที่อายุ 1 ถึง 2  ปีให้พาไปตรวจประจำปีได้  แล้วพอเริ่มแก่ขึ้น ซึ่งถ้าถามว่าแก่แค่ไหนก็อายุเกิน 7 ปี
ก็ควรเริ่มพาสัตว์ไปตรวจประจำทุก 6 เดือน  แล้วแต่ว่าพันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ด้วย  เพราะพันธุ์ใหญ่แก่เร็ว  พันธุ์เล็กแก่ช้า
ดังนั้น ถ้าท่านใดเลี้ยงพันธุ์ เล็กก็อาจจะตามนี้  แต่ถ้าใครเลี้ยงพันธุ์ใหญ่ก็อาจจะ 4 ปีก็ต้องพาไปตรวจทุก 6 เดือนแล้ว
ขอเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับ ที่บอกว่าโรคไตมีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง  สาเหตุหลักใหญ่ๆ บอกได้ยากนะครับแต่เท่าที่ผมยังไม่ได้ลงไปสืบสวนแน่นอนว่า  ในบ้านเราเมืองไทยสาเหตุเกิดจากอะไรเป็นแนวโน้มนะครับ มีตั้งแต่สารพิษ ยา การเสื่อมตามอายุนะครับ การเป็นโรคไตมาก่อน  พวกนี้จะเป็นสาเหตุสำคัญ

Petgang:  ยา หมายถึงยาที่กินเป็นประจำหรือไม่
น.สพ.เฉลิมพล : เป็นยาจำพวกที่มีผลต่อตัวไต เป็นต้นว่า ยาฉีดในกลุ่มอะมิโนกลัยโคซัย ยาฉีดปฏิชีวนะ เช่น เจ็นตร้าไมซิน  ดังนั้นเมื่อฉีดตัวยาเจ็นตร้าไมซินแล้วไปที่ไต  ความเข้มข้นในไตสูง  แล้วตัวยามีผลต่อหน่วยไตทำให้ตัวเซลล์ในหน่วยไตตายได้  ในรายงานนั้นการฉีดยาครั้งเดียวก็มีแนวโน้ม  เพราะฉะนั้นการฉีดยาในกลุ่มนี้จึงต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ

กรณีสมมุติคือ บางทีอาจเป็นเพราะยาไปที่ไตได้ดี  ถ้าสัตว์มีการติดเชื้อที่ตัวไต  ยาที่ฉีดก็เป็นยากลุ่มนี้ เพราะว่ามีศักยภาพไปที่ไตได้สูงนะครับ  หรือหากสัตว์หูอักเสบเป็นหนอง ตัวเชื้อดื้อยาส่งไปเพาะเชื้อ  เค้าบอกว่ามันสามารถฆ่าด้วยยาเอ็นตร้าไมซิน  หมอเค้าต้องฉีดเข้าไปที่ไต  ดังนั้น การฉีดกลุ่มนี้จำเป็นต้องเช็กเลือดดูว่า  หมามีปัญหาไตผิดปรกติหรือไม่ ระหว่างฉีดอาจจะมีการให้น้ำเกลือผสมอยู่ในการดูแลควบคุม  หลังฉีดไปแล้วตรวจสอบดูว่า  มีปัญหาเรื่องไตวายเฉียบพลันหรือไม่  ถ้ามีก็รีบแก้ไข  แล้วการดูแลของสัตวแพทย์ ซึ่งการดูแลของสัตวแพทย์จะขึ้นอยู่บนฐานของคำๆ หนึ่งก็คือ WE CARE ขึ้นอยู่กับ 6 อย่าง มีอะไรบ้าง

      อันดับแรกตัว W  คือ water  น้ำ ดูแลในส่วนของน้ำ เพราะว่าสัตว์เวลาเป็นโรคไตหรือไตวายเรื้อรังเฉพาะไตวายเรื้อรังบางระยะสัตว์จะถ่ายปัสสาวะบ่อย   ถ้าไม่ได้กินน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอส่วน  อาการหนึ่งซึ่งพบได้คือ  หนังตั้งได้  สัตว์จะแสดงอาการขาดน้ำ คือตรวจได้อย่างไรว่า สัตว์ขาดน้ำ  คือให้จับหนังขึ้นมาแล้วดึง  ถ้าเกิดหนังเราพอดึงขึ้นมา ปล่อยปึงก็จะเด้งกลับมา แต่ถ้าเป็นสัตว์ขาดน้ำเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปก็สามารถตรวจได้ว่าหนังจะตั้งได้   ถ้าตั้งได้จัดๆ ก็คือจะขาดน้ำเกิน 12 เปอร์เซ็นต์แล้ว  เพราะฉะนั้นในส่วนนี้           สัตวแพทย์ก็พยายามรักษาโดยให้น้ำเกลือเพื่อเอาน้ำไปเติมในส่วนที่ขาด ทำไมต้องทำอย่างนั้น  ก็เพราะถ้าน้ำในร่างกายของสัตว์มันขาดก็หมายความว่าปริมาณเลือดในร่างกายก็ลดลงด้วย  เพราะฉะนั้นเราเติมน้ำลงไปเท่ากับเราเติมน้ำลงไปในเส้นเลือดปริมาณเลือดที่เข้าไปเลี้ยงไตก็จะเพิ่มขึ้น

           ตัวที่สอง ในส่วนของ E คือ electrolyte แร่ธาตุ ในส่วนนี้คือแร่ธาตุในเลือดอันนี้จะต่างกันระหว่างสุนัขกับแมวจะต่างกันเล็กน้อยนะครับ  ถ้าเกิดไตวายเรื้อรังเมื่อสัตว์ปัสสาวะออกมามาก แร่ธาตุสูญเสียไป  สัตว์จึงไม่มีแรง  อาการนี้พบได้บ่อยก็คือ แมวจะมาเดินไม่ไหวหัวตก  เดินหัวห้อย  อันนี้คืออาการของการขาดโปตัสเซียม  ในส่วนนี้ทางสัตวแพทย์ก็จะทำการตรวจดูว่าโซเดียมเป็นอย่างไรบ้าง  โปตัสเซียมเป็นอย่างไรบ้าง   ในส่วนของฟอสฟอรัสเป็นอย่างไรบ้าง  เพราะว่าพอเป็นไตวายเรื้อรังแล้ว ร่างกายไม่สามารถขับฟอสฟอรัสออกทางปัสสาวะ  เพราะฉะนั้น ฟอสฟอรัสก็จะคงอยู่  ถ้ามันคั่งอยู่จริงก็ต้องจัดการให้มันลงมา  เพราะถ้าไม่ลงฟอสฟอรัสถ้ามีสูงอยู่ในกระแสเลือด ก็อาจจะตกตะกอนเป็นแคลเซียมฟอสฟอรัสตามเนื้อเยื่อต่างๆ   จะทำให้ไตวายลุกลามเพิ่มขึ้นนะครับ 

        ส่วนที่สามคือ  C มาจาก calorie พลังงาน  ส่วนมากสัตว์ตัวที่เป็นไตวายมักจะเบื่ออาหาร  ไม่อยากกินอะไร ดังนั้น สัตวแพทย์มีหน้าที่ที่จะทำให้สัตว์กลับมากินให้ได้  พอกลับมากินได้แล้ว  หากสัตว์กินน้อยก็ต้องให้อาหารซึ่งมีพลังงานค่อนข้างสูง  ไม่เช่นนั้นร่างกายของสัตว์ต้องย่อยไขมัน ย่อยกล้ามเนื้อตัวเองออกมา เพราะฉะนั้นในการดูแลของสัตวแพทย์ต้องดูที่น้ำหนักตัวเป็นตัวดัชนีด้วย  ถ้าสัตวแพทย์คุมสภาวะสัตว์ที่เป็นไตวายได้ดีน้ำหนักต้องไม่ลง   สัตวแพทย์บางท่านจึงต้องเป็นนักโภชนาการด้วย  การกินอาหารนั้นต้องฝากเจ้าของสักนิดว่า  ดูข้างถุงอาหารสัตว์ด้วย   สมมุติข้างถุงบอกว่าสุนัขหนัก 10 กิโลกรัม ให้กิน 1 ถ้วย  ขอให้ตวงอาหารด้วย  ถ้ากินน้อยกว่า 1 ถ้วย ร่างกายสัตว์จะได้พลังงานไม่เพียงพอ

        ตัวที่ 4  A  คือ acid-baes balance  หรือ สมดุลกรดด่างในร่างกาย  ในภาวะที่เป็นไตวายนั้นร่างกายสัตว์ไม่สามารถขับกรดออกได้  กรดก็จะคลั่งอยู่ซึ่งมีผลทำให้เอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายทำหน้าที่ผิดปรกติไป   ในส่วนนี้สัตวแพทย์อาจจะให้ยาหรือสิ่งใดก็ตามเพื่อปรับภาวะการเป็นกรดน้อยที่สุด  การดูแลอาหารและยาที่ได้ผลในการปรับภาวะการเป็นกรดด่างคือ โซเดียมไบคาบร์ ดังนั้น การให้อาหารสำหรับโรคไตจะมีโซเดียมไบคาบร์ อยู่ในภาวะที่เหมาะสม

        ตัวที่ 5  R  ย่อมาจาก retention of waste  ของเสียต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายขับออกไม่ได้เพราะว่าไตไม่สามารถขับออกได้ นะครับ ดังนั้นตัวนี้ก็ต้องดู ยกตัวอย่างของเสียตัวหนึ่งที่สำคัญมาก คือฮอร์โมนทำหน้าที่ในส่วนของการย่อยอาหารโดยปรกติขับออกทางไต พอไตเสียก็ขับออกไม่ได้ก็อยู่ที่ไตเกินเวลา ทำให้น้ำย่อยออกมาเยอะแล้วกัดกระเพาะทำให้สัตว์อาเจียน กระเพาะเป็นแผลและทำให้ไม่กินอาหาร หรือกินอาหารแล้วสัตว์อาเจียนออกมา ฉะนั้น สัตวแพทย์ก็จะให้ยามายับยั้งการออกฤทธิ์ของเอนไซม์ตัวนี้ ต่อจากนั้นให้ยาในส่วนยาลดกรด   จริงๆ แล้วยาตัวที่หมอให้ในส่วนตรงนี้ก็คือ 
ซันนิตินิน นะครับ  เป็นยาลดกรด ถ้าใครเป็นโรคกระเพาะก็จะรู้จักยาตัวนี้ดี  เพื่อลดการสร้างกรดของตัวกระเพาะเอง จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการคั่งค้าง

        ตัวสุดท้ายของ WE CAR... ต่อไปตัว คือ  E ตัวสุดท้ายตัวอะไรล่ะทีนี้  ขอผมนั่งนึกก่อนนะ (หัวเราะ) เอ้าล่ะ รู้แล้ว ครับ เกี่ยวกับความผิดปรกติของต่อมไร้ท่อ ย่อมาจาก Endocrime  คือ ฮอร์โมน เพื่อว่าการเป็นไตวายเรื้อรังเป็นมากโดยจุดในไตทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนด้วย  แล้วฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกายคือ อีริคโทโปรเอติน  ตัวนี้ทำหน้าที่ให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงออกมา  เพราะฉะนั้นเมื่อสัตว์เป็นไตวายเรื้อรังระยะหนึ่งจะพบว่า  ถ้าหมอเจาะเลือดตรวจเม็ดเลือดแดงจะอัดแน่น ค่าเม็ดเลือดแดงจะลดลงๆ  เพราะว่าไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงออกมาได้  เพราะฉะนั้น สัตวแพทย์ก็จะให้คำแนะนำว่า  พอถึงจุดหนึ่งจะเริ่มฉีดฮอร์โมนเสริมเข้าไป  ฉีดอีริคโทโปรเอตินข้างนอกเสริมเข้าไปเพื่อให้ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดแดงกลับ ชีวิตคุณภาพสัตว์ก็จะดีขึ้น นี่ก็คือหลักง่ายๆ ที่สัตวแพทย์จะจัดการดูแลสัตว์ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังหรือไตวายธรรมดาก็ดูแลเหมือนกันใช้หลักการเดียวกัน  เพียงแต่ไตวายเรื้อรังกับไตวายเฉียบพลันมันต่างกันแค่ระยะเวลากับการพยากรณ์เท่านั้นเองว่า  จะกลับมาเป็นปรกติได้ หรือกลับมาเป็นปรกติไม่ได้เท่านั้นเอง 

          อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะเสริมคือคงจะมีคำถามสำหรับเจ้าของคือ  ถ้าไม่ซื้ออาหารสำหรับโรคไตจะเป็นอย่างไรบ้าง คำถามนี้ผมเจอบ่อย  ฝากไว้ก็คือ  ทำได้ถ้าเจ้าของมีความรู้ด้านโภชนาการอย่างดี  เพราะว่าถ้าเจ้าของทำอาหารผสมเอง
วิเคราะห์ในส่วนของข้อมูลโภชนาการพบว่า หากผสมอาหารให้สัตว์กินเอง  มันยากพอสมควรทีเดียวที่คุณค่าของอาหารจะสมดุลและเพียงพอ   แต่ถ้าจะผสมก็ผสมได้นะครับ  แต่ก็ควรมีการเติมสารเคมีบางส่วนเข้าไปด้วย  เป็นต้นว่า แคลเซียมคาร์บอเนต หรือโปเตสเซียมคอไรด์  ให้เติมเข้าไปในอาหารด้วย   จะช่วยให้แร่ธาตุต่างๆ ในร่างกายอยู่ในภาวะที่เหมาะสม ตรงนี้ถ้าเจ้าของจะปรุงอาหารเองต้อง เอ่อ...เรียกว่าอะไรล่ะครับ นั่งคุยกับสัตวแพทย์ผู้ที่มีความรู้ทางด้านโภชนาการหรือจะมาคุยกับผมก็ได้ (หัวเราะ) 

Petgang:  ถ้าเจ้าของไม่ทำอาหารเอง สามารถหาซื้อได้อาหารเฉพาะโรคไตนี้จากไหนได้ ?
น.สพ.เฉลิมพล : อย่างที่บอกล่ะครับ  มีตามบริษัทผลิตอาหาร เท่าที่ตอนนี้ทราบมี 3 บริษัท เอ...บอกชื่อได้หรือเปล่า
ก็บอกไปแล้วกัน  ส่วนจะลงหรือไม่ลงก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ  ก็จะมีของ Hill's Diet Science Diet อีกส่วนหนึ่งก็คือ ออส แทมกู๊ด อาหารสำหรับโรคไต อีกอันหนึ่งก็ยี่ห้อ Eukanuba   เข้าใจว่า มี 3 ยี่ห้อที่มีขายในบ้านเรา และของ waltham  จริงๆ ยังมีอีก 2-3  บริษัทที่ทำอาหารสำหรับโรคไตแต่ยังไม่มีใครนำเข้าอย่างเด่นชัด

Petgang : ทางที่สะดวกที่สุดคือ ซื้อดีกว่า เพราะว่าทำเองต้องปรุงทุกมื้อ.ใช่ไหมคะ ?
น.สพ.เฉลิมพล : ใช่ครับครับต้องปรุงทุกมื้อ  คือส่วนใหญ่ที่แนะนำให้ปรุงประมาณ 2 วันเหลือก็เก็บเข้าไว้ในตู้เย็น จะใช้ก็เอาออกมาเวฟนะครับ  กส่วนหนึ่งก็คือ ถ้าหมอแนะนำให้เปลี่ยนอาหารสำหรับโรคไตก็ไม่ใช่เปลี่ยนทันทีทันใด  เป็นต้นว่าหมามันเริ่มกินอะไรบ้าง มาถึงเคาะกระป๋องอาหารโรคไตให้กิน หรือตัดจากถุงให้กินตั้งอยู่ในชาม มันก็อยู่ตรงนั้น  มันไม่กินเพราะมันไม่คุ้นรสชาติมันไม่อร่อย  มันไม่เค็มเลยนะครับ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ค่อยๆ เปลี่ยนเค้ากินอะไรได้ให้เค้ากินไปก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนผสม  ให้ใช้หลักการนี้  โดยทั่วไปในสุนัขใช้เวลาประมาณ 10 วันนะครับ คือค่อยๆ ลดอาหารที่เค้ากินอยู่ลงวันละ 10 เปอร์เซ็นต์แล้วเสริมอาหารโรคไตไปวันละ 10 เปอร์เซ็นต์ก็ทำไปเรื่อยๆ  จนครบ 10 วัน  อาหารก็จะเป็นอาหารใหม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์  
       ส่วนถ้าเป็นแมวแนะนำว่าควร 2-3 สัปดาห์ เพราะว่าแมวมักยอมรับอาหารใหม่ยากกว่าหมาเยอะครับ ต้องหาเทคนิคสารพัดอย่างแล้ว  และบางทีสัตวแพทย์อาจจะลืมบอกวิธีให้อาหารด้วย  ดังนั้น เมื่อเจ้าของเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารสำหรับโรคไตแล้วสัตว์ก็ไม่กิน แล้วก็ว่ามันไม่ยอมกิน  ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะฝากว่าทางด้านอาหารว่า ต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยน
ถ้าเป็นไปได้อาหารกระป๋องแล้ว  ถ้าเปิดแล้วกินเลย  มันเย็นไม่หอมไขมันต่างๆ  มันจับตัวเป็นก้อน  แนะนำให้นำกระป๋องไปแช่ในน้ำร้อนก่อนเปิดประป๋องหรือเปิดกระป๋องแล้วนำไปอุ่นหรือเวฟก่อน  เพื่อช่วยให้กลิ่นออกมาก็จะช่วยทำให้สัตว์ยอมรับได้ง่ายขึ้นนะครับ  อาหารสำหรับรคไตมีทั้งอาหารกระป๋องและอาหารเม็ด  ถ้าเป็นอาหารเม็ดคิดเทียบราคาแล้วถามว่าแพงกว่าอาหารปรุงเองไหม ผมลองกดมาแล้วถ้ารวมค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าเวลาที่เจ้าของปรุงแล้วไม่ต่างกัน  น่าจะถูกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ  เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าแพงกว่าอาหารที่ปรุงเอง  ไม่น่าจะแพงกว่า  เพราะบางทีเจ้าของไม่ได้คิดรวม ซื้อแค่ปลาซื้อแค่ข้าว  แต่ลืมคิดไปว่าใช้เวลาหุงข้าวไปเท่าไหร่ ใช้ไฟหุงข้าวหรือเปล่า นึ่งปลาใช้ถ่านใช้อะไร  ซึ่งถ้าเค้าใช้ไม่หมดก็ต้องเอาไปแช่เย็น ซึ่งโดยรวมๆ แล้วน่าจะแพงกว่า   สัตว์หลายๆ ตัวที่เท่าที่ผมดูแลจัดการอยู่บอกได้เลยว่า  การลุกลามของโรคถ้าเทียบกับสัตว์ตัวที่กินอาหารสำหรับโรคไต  ไม่ได้เห็นได้เด่นชัดเลยว่า  สัตว์ที่กินอาหารโรคไตได้มีแนวโน้มจะยืนยาวกว่า

Petgang: ถ้าเจ้าของเค้าอยากจะทำเองคุณหมอพอจะมีเมนูแนะนำมั้ยคะ
อ.น.สพ.เฉลิมพล : จริงๆ เมนูแนะนำที่เผยแพร่ไปก็นำมาจากหนังสือหลายๆ สูตรรวมกระทั่งถึงที่เรียกว่าจัดทำสูตรเอง ซึ่งตรงนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะกินหรือเปล่านะครับ ดังนั้นก็เลยยังไม่ได้แพร่ออกไปแต่ถามว่ามีสูตรหรือไม่  แต่ไม่ได้แพร่ออกไปเพราะไม่มีเวลาดูกว่าถ้าปรุงแล้วสัตว์จะกิน เพราะที่สำคัญคือถ้าปรุงแล้วสัตว์ไม่กินก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นต้องปรุงแล้วสัตว์ต้องยอมรับได้  ทำตั้งแต่สูตรปลากระป๋องเพราะบางตัวมันชอบกินปลากระป๋อง สูตรไก่ สูตรเนื้อ สูตรหมู สูตรปลาน้ำจืดนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ทำได้

ผมขอเสริมครับว่า
ที่ถามว่าระหว่างหมาตัวที่อยู่เฉยๆ กับหมาตัวที่มีกิจกรรมต่างกันไหม ถ้าหมามีกิจกรรมสูง  ชอบสอดรู้ สอดเห็นมุดรั้วออกไปเรื่อยๆ  ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงเพราะเค้าอาจจะไปเจออะไรก็ได้ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค  เพราะเค้าอาจจะไปกินสารพิษ  ยาฆ่าแมลง หรือสีเก่าๆ  ถ้าบ้านไหนที่เกิน 20 - 30 ปีน่าจะเกิน 30 ปี ที่ทาสีซึ่งมีสารตะกั่วผสมอยู่และมันเกิดร่อนออกมา แล้วพวกนี้มีนิสัยไม่อยู่นิ่งเกิดไปกินพวกนี้ออกมา  มีปัญหาก็พวกบ้านที่ทาสีเก่าแล้วร่อนออกมาแล้วหมาก็กินเข้าไปพวกนี้ก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นไตวายตามมา


 

ยาน่ารู้ | ภัยใกล้ตัว | Dog Health | Pet Tools | Food Court | Cat Health | Exotic Animal
มาตราฐานสายพันธุ์ | Special Story
เรื่องเล่าเจ้าจอมซน | มุมของเหมียว | Dog Fun | Zoolife | Pet Poster
Animal News | Dr.Nat & Super Guy | Teeny Weeny Thing
น.สพ ทศพร นักเบศร์ Tossaporn@petgang.com เลขที่ 834 เจริญนคร กทม. 10600 (โทร 0-2860-2957) © copyright 2004 Petgang.com All reserved.