รับฟังรายการชั่วโมงคนรักสัตว์ Live radio ทุกวันอาทิตย์ 13:00-14:00
รับฟังรายการคนรักสัตว์เลี้ยง Live radio ทุกวันอาทิตย์ 15:00-17:00
Home  |  Contact us   
มะเร็งในสัตว์เลี้ยงตอนที่ 2
8 กุมภาพันธ์ 2550 | ฉบับที่ 31



รู้เท่าทันมะเร็งในสุนัขและแมว




 




Petgang เล่มที่ 31 เรายังเกาะติดกับเรื่องของโรคในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสนัขและแมว เหตุเพราะจากฉบับที่แล้วยังค้างคาในเรื่องของชนิดของมะเร็งและการดูแลการจัดการ มีท่านผู้อ่านมากมายเลยครับโทรศัพท์เข้ามาถามไถ่เพราะเดี๋ยวนี้สัตว์ที่ป่วยเป็นมะเร็งก็มีมากขึ้นเช่นกัน เช่นเดิมเหมือนฉบับที่แล้วครับ สัตวแพทย์ที่มาให้ความกระจ่างในเรื่องของโรคมะเร็งในสัตว์คือ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.อัจฉริยา ไศละสูต หัวหน้าหน่วยพยาธิวิทยา  ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พบกับเรื่องของมะเร็งในสัตว์เลี้ยง อ่านตอนที่ 2




Petgang :  มีมะเร็งร้ายแรงซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายหรือไม่  เป็นมะเร็งประเภทใด




รศ.สพ..ดร.อัจฉริยา :  มะเร็งร้ายแรง อย่างเช่น มะเร็งของอวัยวะภายใน




พบว่า มีขนาดก้อนใหญ่มากในช่องท้อง จึงตรวจหาว่า ก้อนเนื้อชิ้นนี้อยู่ตำแหน่งใด ด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง  จากการเก็บชิ้นเนื้อมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับ ซึ่งก็รักษาไม่ได้




มะเร็งตับเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะหากเราตัดตับสัตว์มาทั้งพวง  สัตว์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้  หากเป็นเช่นนี้จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าของทราบด้วยว่า รักษาไม่ได้ เจ้าของควรทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์  เมื่อได้อธิบายให้เจ้าของได้ทราบแล้ว ส่วนใหญ่เข้าใจและทำใจได้  




กรณีของมะเร็งเต้านม  มีหลายรายที่พบว่าเป็นก้อนเนื้อร้าย และเมื่อสัตวแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมและมีการแพร่กระจายไปที่ปอด  เราจึงแจ้งเจ้าของตรงๆ  เลยว่า รักษาไม่ได้ เพราะการผ่าตัดรักษาอาจเป็นการกระตุ้นให้ก้อนมะเร็งมีความรุนแรงมากขึ้น  ฉะนั้น การแพร่กระจายของก้อนมะเร็ง  ซึ่งเป็นเซลล์ๆ เดียวสามารถรั่วไหลเข้ามาในระบบไหลเวียนของร่างกาย  แล้วไปสร้างเป็นก้อนใหม่ได้  ดังนั้น ถ้าพบว่าเป็นก้อนมะเร็งชนิดร้ายแรงแล้ว จะไม่แนะนำให้ทำอะไรเลย  นอกจากใช้การฟื้นฟูสภาพโดยการไม่ให้สัตว์ทรมาน




ในการประชุมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลกครั้งที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้นในเมืองไทย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องของการใช้อาหารในการรักษา เพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพสัตว์ อย่างเช่น ในต่างประเทศมีการศึกษาโดยการใช้เคยเปรียบเทียบการให้อาหารที่มีไขมันสูงกับอาหารประเภทแป้ง พบว่าสัตว์ที่ได้รับไขมันสูงๆ มีการอายุยืนยาว ทั้งๆ ที่เป็นมะเร็งร้ายแรงด้วย โดยมีอายุยืนยาวกว่าได้  อย่างเช่น พวกกลุ่ม omega- 3 fatty acid และก็เสริมด้วย  polysaturated fatty acids ช่วยในการลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและการแพร่กระจายได้  นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก  




ถ้าเราไม่รักษาโดยการผ่าตัดหรือการรักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัด เพื่อที่จะไปฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรงเพราะมีผลข้างเคียงมาก เราสามารถที่ใช้อาหารเพื่อช่วยเสริมสร้างฟื้นฟูสภาพได้ การใช้อาหารไม่ใช่เป็นการฆ่ามะเร็ง แต่จะไปชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง เป็นหลักการเดียวกับการเแพทย์ทุกประการ คือเป็นการฟื้นฟูสภาพหลังการผ่าตัด รวมทั้งลดภาวะความเสี่ยงข้างเคียงไปพร้อมๆ กับการให้ยาเคมีบำบัดอะไรต่างๆ




ในปัจจุบันนี้นอกจากการที่เราให้อาหารประเภทไขมันสูงแล้ว ยังแนะนำการให้อาหารประเภทเยื่อใยสูง เห็นได้ว่าโภชนบำบัดคนที่เป็นมะเร็งก็จะให้พวกอาหารที่มีกากใยหรือพวกวิตามินซีสูงๆเพราะเชื่อว่า สามารถช่วยให้ระบบการย่อยดีขึ้น ทำให้การดูดซึมอาหารดีขึ้น กับภาวะร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่างๆ สูงขึ้นถ้าฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงก็สามารถเป็นกลไกที่สำคัญในการไปต่อต้านมะเร็ง




Petgang :  มีหลายท่านคิดว่า หากสัตว์แม่ลูกอ่อนเป็นมะเร็งเต้านม และลูกสัตว์กินนมแม่สัตว์สามารถติดต่อโรคมะเร็งเต้านมได้




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา :  จากการศึกษาของทีมคณาจารย์ของคณะฯ พบว่า มีการแสดงออกทางโปรตีนของยีนส์ที่มีพันธุกรรมเกี่ยวกับการเกิดมะเร็ง  จริงๆ แล้วในเรื่องของการศึกษาในมะเร็งเต้านมในสุนัขจะทำกันมาก และเราพบว่าการแสดงของโปรตีนของยีนส์ที่มีการบ่งชี้ว่า เป็นมะเร็งเต้านม ค่อนข้างชัด ซึ่งมีหลายงานวิจัยที่ทางหน่วยของเราได้ทำอยู่และเราก็จะทำต่อเนื่อง




ส่วนคำถามที่ว่า ถ้าลูกกินนมใช่ไหมคะ  แม่ที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้วลูกไปกินนมนั้น ความจริงแล้วลูกมีการสืบทอดส่วนของพันธุกรรมของแม่มาด้วย  เราไม่สามารถจะอธิบายได้ในหลักของวิทยาศาสตร์การทดลอง  แต่ถ้าเป็นลักษณะของสิ่งที่เราได้ทำการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในความคิดของอาจารย์คิดว่าน่าจะเป็นไปได้  ว่าลูกตัวเมียมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า  การเกิดขึ้นของมะเร็งในส่วนนี้ไม่ใช่เพราะลูกสัตว์การกินนมแม่ แล้วมะเร็งสามารถติดต่อทางน้ำนม   หากแต่เป็นความผิดปรกติจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยได้ถ่ายทอดมาทางยีนส์ เพราะฉะนั้นคือตั้งแต่เกิด




กรณีของมะเร็งเต้านมแล้ว ลักษณะของมะเร็งเต้านม ไม่เหมือนเต้านมปรกติ เต้านมไม่สามารถสร้างน้ำนมได้ เพราะฉะนั้นไม่มีนมให้ลูกก็จะไม่สามารถดูดนมได้




Petgang : มะเร็งแต่ละระยะนั้นทิ้งช่วงห่างกันนานขนาดไหน




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : ตามปรกติในเรื่องของระยะเวลาการเกิดนั้นค่อนข้างให้คำตอบยากเหมือนกัน เพราะว่าในมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับความเฉพาะตัว บางคนเป็นเร็วบางคนเป็นช้า  มะเร็งบางชนิดมีการเจริญเติบโตเร็ว บางชนิดเจริญเติบโตช้า  เราพบอีกอย่างหนึ่งว่า ในสัตว์มีช่วงอายุสั้นกว่า  การเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ก็จะสั้นกว่าด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องของสัตว์ถ้าเป็นแล้วมีการแพร่กระจายได้ในอัตราที่เร็วกว่า เพราะอัตราการแพร่กระจายของสัตว์นั้นหมายถึงอายุการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ  ไปเร็วกว่า  และยังไม่สามารถบอกได้ว่า สัตว์อายุน้อยๆ จะไม่เป็นมะเร็ง  




ในเรื่องของการปฏิบัตินั้นวิธีการดูแลสุขภาพของสัตว์โดยทั่วไป  สัตวแพทย์แนะนำว่าในสัตว์ที่อายุเริ่มเข้าวัยสูงอายุ คืออายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป  ขอให้พามาตรวจกรองโดยการตรวจเลือดเป็นประจำทุกปี และตรวจการทำงานของตับไต ตลอดจนการดูค่าเคมีเลือด การทำงานของอวัยวะต่างๆ   การตรวจบางชนิดสามารถที่จะให้บ่งชี้ความผิดปรกติใดได้  และบอกได้ว่าสัตว์มีการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ทั้งๆ ที่แม้ดูภายนอกร่างกายของสัตว์ยังดูเหมือนเป็นปรกติดีก็ตาม




Petgang :  สัตว์อื่นๆ นอกจากสุนัขและแมวแล้ว  มีสัตว์เลี้ยงจำพวกใดบ้างที่พบว่าสามารถเป็นมะเร็งได้




รศ..พญ.ดร.อัจฉริยา : มะเร็งเป็นได้ในสัตว์ทุกชนิดนอกเหนือจากสัตว์เลี้ยง แต่ที่เราได้ตัวเลขสัตว์เลี้ยงมากเนื่องจากว่า เป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดคนมากที่สุด เคยพบมะเร็งในสัตว์ชนิดอื่นๆ  อีกมากเช่น ในหนูแฮมสเตอร์ก็เป็นมะเร็งได้  จากการที่ผู้เลี้ยงพามาและพบว่าที่ท้องมีขนาดใหญ่มาก   ในเสือก็เป็นได้   ในสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ก็เป็นได้ค่ะ ในวัวหรือควาย สุกร เรียกว่าสัตว์ทุกชนิดเป็นหมดดีกว่า  แต่เนื่องจากสุนัขที่เราได้ให้ข้อสังเกตในสัตว์เลี้ยง เพราะว่าการเป็นอยู่ใกล้ชิดกับคน




ขณะที่สัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ เราจะส่งโรงฆ่าเพื่อบริโภค  บางทีอายุยังไม่ถึงโอกาสที่เซลล์เราเปลี่ยนแปลงจึงไม่พบ เพราะฉะนั้นจะพบในสัตว์ที่เลี้ยงไว้อย่างเช่น พวกโค กระบือที่มีอายุยืนนานๆ ก็จะพบได้ มูลเหตุจูงใจอีกอันหนึ่งที่เป็นหลักสำคัญที่อยากจะศึกษาเรื่องของมะเร็งในสัตว์เลี้ยงคือว่า พฤติกรรมของคนและสัตว์ โดยเฉพาะหากเป็นผู้เลี้ยงที่ใกล้ชิดกันมากๆ จะมีอะไรต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน เหมือนกับเป็นการศึกษาเปรียบเทียบได้ว่า ในกรณีนี้คนมีความเป็นอยู่อย่างไร พฤติกรรมการกินอย่างไร รวมทั้งบริเวณบ้านที่อาศัยอยู่ติดถนนเราก็จะพบว่า ในสุนัขอาจจะมีปัญหาเรื่องมะเร็งปอดได้ เนื่องจากการได้รับสารพิษหรือควันจากท่อไอเสียรถยนต์ต่างๆ เป็นไปได้หมด ดังนั้น ไวรัสบางชนิดทำให้เกิดมะเร็งได้ด้วย




Petgang : หมายความว่าหากบ้านใดมีคนสูบบุหรี่ สัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็นมะเร็งปอดได้เหมือนกัน




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : อาจารย์ยังไม่สามารถสรุปลงไปร้อยเปอร์เซนต์เต็มได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมลภาวะเหล่านี้ก่อให้เกิดได้ค่ะ  เป็นได้ทั้งคนและสัตว์กระบวนการเหมือนกัน คล้ายคลึงกัน




Petgang : ข้อควรระวังสำหรับสัตว์ที่ได้รับการรักษาโรคมะเร็งมีอะไรบ้าง   




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : สัตว์ที่ได้รับการรักษาแล้ว ประการที่สำคัญที่สุดคือว่า หลังจากที่ได้รับการตรวจและได้รับการวินิจฉัยรวมทั้งการรักษา การรักษาที่เรามักจะแนะนำประจำคือการผ่าตัด หลังจากทำผ่าตัดแล้ว 6 เดือน อาจารย์จะนัดให้มาตรวจร่างกายซ้ำทุกครั้ง เพื่อที่จะให้ดูว่าสิ่งที่เราตรวจหรือตัดออกไปนั้น ไม่มีการเป็นกลับมาอีก  เพราะบางครั้งอาจมีการกลายสภาพกลับคืนมาใหม่ เป็นที่เดิมก็ได้ เพราะฉะนั้นเป็นการตรวจสุขภาพอีกครั้งหนึ่งหลังจากทำผ่าตัดมาแล้ว 6 เดือน และครวจสุขภาพรวมไปถึงการเอกซเรย์ การตรวจเลือดต่างๆ ทั้งหมดด้วย




                นอกเหนือจากนั้นแล้ว ต้องมีการเฝ้าระวังหรือการดูแลในเรื่องอาหารด้วย ควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม  เช่น อาหารที่เคยให้อาจจะต้องปรับมาเป็นอาหารที่เยื่อใยสูง และมีการควบคุมน้ำหนักบ้าง เป็นเรื่องที่เราแนะนำ รวมทั้งในกรณีของการลักษณะเคมีบำบัดยิ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยปรกติแล้วจะเฝ้าอาการตั้งแต่ให้ยาภายใน 7 วัน จากนั้นอาจจะนัดเป็น 1 เดือน 2 เดือน คือจะนัดถี่กว่าการทำผ่าตัด เพราะว่าการทำผ่าตัดจะเป็นลักษณะที่เราออกได้




Petgang : อาหารประเภทใดควรเสริมเป็นพิเศษให้กับสัตว์ที่ป่วยเป็นมะเร็ง




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : ตอนนี้มีข้อถกเถียงกันมาก อย่างที่เรียนไปข้างต้นว่า มีการศึกษาว่ามีการใช้อาหารประเภทไขมันสูง  เพราะเนื่องจากเซลล์มะเร็งไม่ชอบ และทำให้สัตว์มีพลังงานมากขึ้น แต่โดยทั่วไปจากการศึกษาครั้งนี้เราพบว่า สิ่งที่เราให้ไปในการเสริมเรื่องของการดูแลหลังผ่าตัด หรือการรักษามะเร็ง ซึ่งเรามักให้วิตามินไปกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น จะมีสารกึ่งวิตามินไปทำให้แข็งแรงขึ้น ให้พืชผักใบเขียวเสริมได้ตรงนี้เป็นเรื่องที่แนะนำให้อยู่ตลอด  แนะนำให้อาหารจำพวกเยื่อใย และลดพวกอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตไปเพราะสัตว์ไม่ได้ต้องการอาหารประเภทพวกนี้มาก ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์อ้วนและมีปัญหาภาวะแทรกซ้อน เช่น เรื่องของเบาหวาน หรือไขมันสูงเกินไปก็ได้




อย่างไรก็ตาม ควรดูให้สมดุลมากที่สุด ตรงนี้ควรจะมีการคุยกับสัตวแพทย์อีกครั้งหนึ่ง ลองมาดูว่าอาหารที่เคยให้เป็นอย่างไรแล้วเรามาปรับสูตรกัน




Petgang :  คำว่า "อาหารเยื่อใยสูง" หมายถึงอาหารประเภทใด




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : โดยปรกติแล้วที่นิยมให้กันจะเป็นพวกผักต้มค่ะ ให้ได้โดยการให้คลุกกับข้าว โดยปริมาณข้าวน้อยหน่อย เน้นผักและให้น้ำซุปประกอบด้วย ซึ่งไม่ควรจะมีพวกเกลือมากอาจทำให้สัตว์มีปัญหาเรื่องสุขภาพก็อาจจะมีปัญหาเรื่องของไตได้ จึงต้องจำเป็นควบคุมปริมาณโซเดียมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควรจึงต้องคุยเป็นรายๆ ไป




                สิ่งที่อาจารย์อยากจะเพิ่มเติมอีกนิดก็คือ ในเรื่องของการพามาตรวจรักษาที่คลินิกมะเร็งนี้ สิ่งที่สำคัญคือ ความร่วมมือของท่านเจ้าของ เจ้าของสามารถดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของท่านได้อย่างน้อยๆ วันละ 1 ครั้งคือ  ดูพฤติกรรมหรือความผิดปรกติของเค้า  ความผิดปรกติเล็กๆ น้อยๆ ของสัตว์เลี้ยงหากเราสังเกตตั้งแต่เนิ่นๆ และการรักษาจะประสบความสำเร็จมาก




กรณีที่สัตว์มีความผิดปรกติ เช่น มีก้อนเล็กๆ  ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทำการผ่าตัดออกได้เลย  แต่ถ้าเป็นก้อนใหญ่ๆ อาจจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา มีหลายตัวทีเดียวที่บางครั้งกว่าจะมาหาสัตวแพทย์ก็ก้อนโตแล้ว เพราะเจ้าของคิดว่าก้อนเล็กๆ นิดเดียวคงไม่เป็นไร  รอให้ใหญ่ขึ้นแล้วพามา  ก็ทำให้การรักษายากขึ้น  




นอกเหนือจากการบริการตรงนี้แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องของการให้ความรู้ด้วยเพราะตรงนี้เวลาพูดคุยหรือว่าเวลาซักถามท่านเจ้าของ อยากให้ท่านคุยกับสัตวแพทย์ให้ชัดเจน เพราะว่าความเข้าใจซึ่งกันและกันในเรื่องการพยากรณ์โรคเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งท่านเจ้าของจะเข้าใจผิดคิดว่ารักษาได้ มาถึงคลินิกมะเร็งแล้วต้องรักษาได้ทุกราย และต้องประสบความสำเร็จซึ่งตรงนี้ไม่ใช่  แต่เราจะทำในสิ่งที่ดีที่สุดในการแนะนำ  ถ้ารักษาไม่ได้แล้วเราจะแนะนำในการช่วยไม่ให้สัตว์ทรมานมากกว่า เช่น การให้ยาบำบัดรักษาอาการปวดหรืออะไรต่างๆ จะช่วยได้ เพราะสัตว์เมื่อมีอาการปวดแล้วก็หายใจไม่ออก บางตัวเป็นมะเร็งในช่องจมูกทำอะไรไม่ได้เลย อาจารย์ก็จะทำเพียงแต่แนะนำว่าทำอย่างไรที่จะช่วยลดภาวะการติดเชื้อ อาจจะให้ยาและวิตามินต่างๆ คือให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับสัตว์เลี้ยง




Petgang :  อาจารย์มีสิ่งใดฝากหรือแนะนำผู้อ่าน ผู้กังวลว่า สัตว์เลี้ยงจะเป็นมะเร็ง หรือผู้กำลังหาที่รักษาสัตว์เลี้ยงของตนจากความผิดปรกติดังกล่าว




รศ.สพ.ญ.ดร.อัจฉริยา : คลินิกโรคมะเร็งของโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้เปิดบริการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดรักษาโรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง ซึ่งกำลังพัฒนาเป็นคลินิกมะเร็งที่ครบวงจรมากที่สุด




ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กค่ะ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 0-2218-9766

ยาน่ารู้ | ภัยใกล้ตัว | Dog Health | Pet Tools | Food Court | Cat Health | Exotic Animal
มาตราฐานสายพันธุ์ | Special Story
เรื่องเล่าเจ้าจอมซน | มุมของเหมียว | Dog Fun | Zoolife | Pet Poster
Animal News | Dr.Nat & Super Guy | Teeny Weeny Thing
น.สพ ทศพร นักเบศร์ Tossaporn@petgang.com เลขที่ 834 เจริญนคร กทม. 10600 (โทร 0-2860-2957) © copyright 2004 Petgang.com All reserved.